มติชนออนไลน์......หมายเหตุ กรณีการถูกทำร้ายร่างกายของนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ นักวิชาการคณะนิติราษฎร์ และอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ก่อให้เกิดปฏิกิริยามากกว่า 1 รูปแบบในเครือข่ายสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก ด้านหนึ่ง มีคนจำนวนไม่น้อยเห็นว่านายวรเจตน์สมควรถูกทำร้ายร่างกาย ในอีกด้าน มีผู้แสดงความเห็นคัดค้านต่อต้านการกระทำความรุนแรงต่อนักวิชาการรายนี้ มติชนออนไลน์ขออนุญาตประมวลทรรศนะส่วนหลังมานำเสนอ ดังนี้
สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เพิ่งออนไลน์ เห็นข่าว อ.วรเจตน์ ...
พูดไม่ออกเลย
.......
ขณะที่คงต้องรอให้ จนท.ทำการสืบสวนออกมา ซึ่งควรจะมีความคืบหน้า เพราะมีทั้งภาพถ่ายวงจรปิดคนร้ายและเลขทะเบียนรถ แต่มีประเด็นที่ผมอยากตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ คือตั้งแต่ได้อ่านรายงานข่าวแล้ว ความรู้สึกของผม "นี่ไม่ใช่เรื่องของ ′พวกคลั่ง′ ทำแบบบังเอิญ" แต่ส่อไปในทางเป็นการกระทำแบบมีการ "สั่ง" มากกว่า
พูดจริงๆว่า อ่านรายงานข่าวและคุยถามยืนยันรายละเอียดจาก อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล แล้ว ชวนให้คิดถึงตอนต้นปีกลายที่ผมกำลังมีเรื่องคือ ลักษณะ คล้ายกันมาก ชาย 2 คน นั่งมอเตอร์ไซค์ มารออยู่เป็นวัน (กรณี อ.วรเจตน์ เห็นว่ามามากกว่า วันนี้ด้วย เคยมาวันอื่นแล้ว และรอตั้งแต่ 11 โมง จนบ่าย) แล้วก็ไม่กลัวเรื่องกล้องวงจรปิดของหมู่บ้าน หรือคนในหมู่บ้านจะเห็นหน้าตาด้วย (รวมทั้ง เลขทะเบียนรถมอเตอร์ไซต์ ก็มีจดไว้) ... ลักษณะแบบนี้ ไม่ใช่ลักษณะของ "พวกคลั่ง" ธรรมดาๆ ที่บังเอิญเจอหน้า ก็ทำร้าย
ผมพูดนี้ ไม่ใช่ต้องการให้สรุปโดยเด็ดขาด เพียงแต่เช่นเดียวกับ จนท. ในการสืบสวนเรื่องใด จะต้องดูรูปการณ์ของเรื่อง ซึ่งโดยรูปการณ์ของเรื่อง มัน "ส่อ" ไปทางแบบที่ว่าจริงๆ
----------
ความรู้สึกตอนนี้คือโกรธ เพิ่มขึ้นๆ
ส่วนหนึ่งของความโกรธ คือ นึกย้อนหลังไปเมื่อเดือนมกรา ช่วงที่มี คนใน รบ.บางคน และสื่อบางฉบับ ... ออกมาโจมตี นิติราษฎร์ รายวัน
คนเหล่านี้ (ทั้งคนใน รบ. และสื่อ) จะต้องรับผิดชอบทางคุณธรรมอะไรหรือไม่ ที่ช่วยกันสร้าง "กระแส" และ "บรรยากาศ" ของความไม่มีเหตุผล ความ "คลั่ง"?
ต่อให้เรื่องนี้เป็นการ "สั่ง" ไมใช่เรื่องของการทำร้ายแบบทำเองหรือบังเอิญของปัจเจกชนบางคน
การสร้างบรรยากาศหรือกระแสไร้เหตุผล คลั่งรายวัน ในเดือนก่อน ก็เป็น "แบ็กกราวน์" หรือการ "ปูทาง" สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้
คล้ายๆ ตอนที่ปีกลาย อภิสิทธ์ ปล่อยให้ทหาร ออกมา "ตบเท้า" รายวัน ขู่คนเรื่อง "ล้มสถาบัน" นั่นแหละ
----------
ประเทศนี้ป่วยมากๆ
คนที่ออนไลน์แสดงความ "สะใจ" หรือเชียร์ว่า "น้อยไป" ต่อการทำร้ายวรเจตน์ จะเป็นคนระดับใดบ้าง คงพูดให้ตายตัวไม่ได้ เพราะสมัยนี้ คนระดับล่างๆ ของสังคม ก็เริ่มออนไลน์กันไม่น้อย แต่ คงไม่ผิด ถ้าจะกล่าวว่า ส่วนใหญ่ที่สุด ยังเป็นคนระดับกลาง และมีการศึกษา อาจจะเป็นคนที่กำลังเรียนอยู่ในระดับมัธยมหรือมหาวิทยาลัยจำนวนไม่น้อย
อันที่จริง ต่อให้ ถ้าพูดแบบ "คติไทยๆ" การลอบทำร้าย ก็ เป็นการแสดงความขี้ขลาดตาขาว เพราะแสดงว่า คนที่ทำ ไม่กล้าแม้แต่จะมา "ท้าเผชิญหน้า" กันตัวต่อตัว ซึ่งๆ หน้า ต้องใช้วิธีลอบทำร้าย แล้วหนีไป
คนที่เชียร์การกระทำแบบนี้ ก็แสดงความขี้ขลาดตาขาวของตนด้วย เพราะพูดตามคติ "ไทยๆ แบบโบราณ" ที่พวกนี้ชอบอ้าง การกระทำที่พวกเขาเชียร์นี้ เรียกกันในภาษาบ้านๆ ว่า เป็นการกระทำแบบ "หน้าตัวเมีย" ไม่มีความเป็น "นักเลง" ไม่มีความกล้าหาญอะไรอยู่เลย (ขออภัย ผมไม่ได้เห็นด้วยกับการเรียกแบบนี้ เพียงแต่ยกให้เห็น ด้วยคติของคนเหล่านั้นเอง)
แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือการที่คนระดับที่มีการศึกษา ระดับ "คนชั้นกลาง" จำนวนไม่น้อยเห็นว่า การ ลงมือทำร้ายนักวิชาการที่ไม่เคยแม้แต่จะพูดจาก้าวร้าว ไม่สุภาพ บุคคลิกรูปร่างก็ออกไปในทางคนตัวเล็กๆ เรียบร้อยธรรมดาๆ เพียงเพราะสิ่งที่เขาเสนอด้วยคำพูดและงานเขียน ไม่เป็นที่ถูกใจ เป็นอะไรที่ทำให้รู้สึก "สะใจ" หรือ ชอบใจได้
ต้องเป็นสังคมหรือประเทศที่ "ป่วย" มากๆ ที่แม้แต่คนที่มีการศึกษา ผ่านการอบรมบ่มเพาะเรื่องความรู้สมัยใหม่ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ที่คนเหล่านั้นชอบยกมาเป็นข้ออ้าง สามารถที่จะป่าเถื่อนทางจิตใจเช่นนี้ได้
แสดงว่า งบประมาณที่ประเทศที่สังคมลงทุนไปหลายร้อยหลายพันล้านในแต่ละปี ในการจัดการศึกษา ไม่ต้องพูดถึงงบประมาณมหาศาลในการโฆษณาประชาสัมพันธ์เรื่อง คุณธรรม ความดี ที่คนเหล่านั้นชื่นชม ... เป็นอะไรที่ล้มเหลว สูญเปล่า โดยสิ้นเชิง
นี่แสดงว่า "ระบอบคุณธรรม" ที่พวกเขาชอบอ้าง ... นั้น แท้จริง เป็นระบอบคุณธรรมของความป่าเถื่อน ความไร้ความเจริญทางจิตใจ แม้แต่ในขั้นพื้นๆ (ไม่ต้องพูดถึงเป็นระบอบคุณธรรมของความขี้ขลาดตาขาว ไร้ความสามารถ)
สุวินัย ภรณวลัย อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ นักวิชาการกลุ่มสยามประชาภิวัฒน์
การใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกาย อาจารย์วรเจตน์แห่งกลุ่มนิติราษฏร์เป็นการกระทำที่สมควรถูกประณาม ไม่ว่าจะกระทำภายใต้นามแห่ง "การจงรักภักดี" ก็ตาม
อนุสรณ์ ติปยานนท์ นักเขียน
เราอาจมองว่าการที่มีคนทำร้ายร่างกา ยอ.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ แกนนำนิติราษฎร์เป็นเรื่องเล็กน้อยก็ได้ แต่ในความเป็นจริง นี่คือยอดของภูเขาน้ำแข็งของความไม่พยายามเข้าใจสิ่งที่เป็นหลักหรือฐานความ คิดที่แตกต่างกัน และหาทางออกด้วยความหน้ามืด ตามัวแทน ในช่วงหก ตุลาคม มีเหตุการณ์ทำร้ายเล็กน้อยเหล่านี้บ่อยครั้ง บางส่วนก็มาจากลุ่มจัดตั้งอย่างนวพลหรือกระทิงแดง ก่อนที่มันจะขยายไปถึงการเอาชีวิต ไม่ว่าจะเป็นชีวิตของ ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน หรือชีวิตของพนักงานการไฟฟ้าที่นครปฐม ก่อนจะนำไปสู่การปะทะกันเองอันดุเดือดที่สุดครั้งหนึ่งในสังคมไทย
การออกมาโห่ร้องยินดีหรือเห็นด้วยกับการกระทำป่าเถื่อนเหล่านี้โดยไม่ยับยั้งชั่งใจของหลายฝ่ายในเวลานี้ ล้วน เป็นดังลูกบอลหิมะที่กลิ้งด้วยความเร็วสูงลงเบื้องล่าง ที่กว่าเราจะรู้สึกตัวถึงมวลมหาศาลของมัน ก็อาจสายเกินกว่าที่เราจะต้านมันอยู่ได้
วิวัฒน์ เลิศฯ กวี
จุดไฟในสายลม
29 กุมภาพันธ์ 2555
หาใช่เพราะเราจุดเทียนลมจึงพัดไม่
เพียงแต่ท่านไม่รู้ว่าพายุในใจท่านนั้นมีชื่อเรียกว่าพายุ
ในยามที่สายลมเรืองกำลัง
ท่านไม่อาจรู้เลยว่าท่านได้ทำลายบ้านช่องห้องหับไปกี่หลัง
ทำลายเรือกสวนไร่นาไปกี่แปลง
ท่านเพียงสำแดงแสนยานุภาพของสายลมอันจงรักภักดี
ช่างเปล่าดาย
เมื่อท่านเป่าเทียนของเราดวงหนึ่ง
ดวงอื่นก็จะเรื่อเรืองขึ้น
โปรดเข้าใจเถิดว่าเราไม่ได้หวังจะดับพายุในใจของท่าน
เพียงต้องการนำทางหากทำได้
ให้ท่านฝ่าพายุในใจของท่านเองออกมา
เราจุดเทียนกระทั่งรู้กำลังของสายลมกล้า
เนื่องเพราะนั่นคือทางเดียวที่เราจะไปสู่สถานที่ซึ่งสายลมอ่อนโยน
พอจะให้ความฝันเติบโตด้วยรากของตนเอง
หยั่งลงบนดินแห่งความเท่าเทียม
ในความมืดมิดของพายุจงรักภักดีแกว่นกล้า
ท่านจะเป็นผู้เหวี่ยงบัลลังก์ของตนเองขึ้นไปบนฟ้า
หาใช่เราเผาปราสาทของท่านไม่
จวบจนเมื่อลมสงบลง
แลท่านจมอยู่ในความมืด
ปัดป่ายไปยังเศษซากสรรพสิ่งที่ท่านทำลายลงไปกับมือ
ท่านจักรู้คุณค่าของแสงเทียนที่ท่านทำมันดับลับไป
จิตรา คชเดช อดีตประธานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์
ฉันเกลียดอภิสิทธิ์แต่ไม่เคยคิดจะต่อยหน้าอภิสิทธิ์!!!!!
เทวฤทธิ์ มณีฉาย นักกิจกรรม
คน 2 คนที่ทำร้าย อ.วรเจตน์ ยังไม่น่ากลัวเท่ากับคนอีกจำนวนมากยกย่อง 2 คนนี้เป็นฮีโร่







